| Sudarat's profileMaewMazz's spacePhotosBlogListsMore |
MaewMazz's space |
||||||
|
ขอบคุณสำหรับการเข้าเยี่ยมชม!
|
November 03 ฝึกงานฝึกงานอึดอัดได้อีก
ไม่มีไรทำเลย
ลองมาดูนะว่า เวลาผ่านไป จะกลับมาเขียนว่าไง
ทดสอบ ทดสอบเวลาหน่อย
......
มาเเว้ววว
แหะๆๆ
วันที่สามได้เขียนคอลัมน์ด้วยแหละ
ดีนะที่ได้พี่โอ๋กะพี่กบมาช่วยสอนเกี่ยวกับความรู้เรื่องบ้าน
รู้สึกดีขึ้นมา 200 เท่า
โฮะๆๆ ...ได้งานทำ ได้งานทำ... คิดแล้วมีความสุขขขขขขข.... August 30 แม่เป็นคนที่เข้าใจแหมวที่สุดในโลก แม่นอม แม่เป็นคนที่เติบโตมาในสังคมชนบท หรือที่เราเรียกว่า บ้านนอก แม่เป็นลูกคนคนโตในบ้าน มีน้อง 1 หนึ่ง ถ้าให้เดา ในชีวิตของแม่ คงไม่เคยแกล้งน้องเลยสักครั้ง เพราะแม่เป็นคนใจดี แม่เป็นคนรักครอบครัว รักพ่อ รักแม่ รักน้อง แม่เป็นสาวสวยในหมู่บ้าน หุ่นดี จนเป็นที่รักของครูอาจารย์ ทุกครั้งที่แม่เล่าอะไรให้แหมวฟัง แม่คงไม่เคยกระดากปากหรือรู้สึกละอายใจในเรื่องใด เพราะแต่ละเรื่องล้วนแต่เป็นเรื่องที่ดี เรื่องความดี ของการเป็นคนดี แม่เรียนจบไม่สูง นี่คงเป็นเหตุผลให้แม่รู้จักอ่านหนังสืออยู่ตลอดเวลา แม่อ่านทุกอย่าง หนังสือพิมพ์ นิยาย พ๊อกเก็ตบุ๊ค แม่ไม่อวดรู้เหมือนพ่อ (เหอ ๆ) คำไหนที่ไม่เข้าใจ แม่จะเก็บไว้เงียบ ๆ ทำเป็นเข้าใจ แต่ที่จริงแล้ว แหมวรู้ทุกความรู้สึกของแม่น่า หลายครั้งดูโฆษณา ถ้าอันไหนที่ดูไม่รู้เรื่อง แม่ก็จะทำเป็นยิ้ม ๆ (ตามแหมว) เหมือนเข้าใจ พอแหมวถามแม่ว่า แม่เข้าใจโฆษณานี้มั้ย แม่ก็บอกว่า ไม่รู้เรื่อง แหมวก็จะอธิบายให้แม่ฟัง แล้วแม่ก็เพิ่งจะมาหัวเราะ อะไรกัน ผู้หญิงคนนี้ ชีวิตของแม่ เรียบง่าย เรียบง่ายจนน่าอิจฉา น่าค้นหา น่ามอง แต่แหมวคงไม่อิจฉา ถ้าแหมวได้ลูกอย่าง แหมว ถ้าแหมวได้ลูกอย่างแหมว คงกลุ้มเป็นบ้าแน่ ๆ วันนี้แม่โทรมาหาแหมว ตามหน้าที่ที่ต้องโทรมาทุกวัน แม่บอกว่า แม่ดูทีวี เจอรายการที่แม่ชีมาออกรายการ แม่ชีทำให้แม่เรียนรู้ว่า สิ่งไหนที่แหมวทำไม่ดีกับแม่ เรื่องที่แม่ซักถุงเท้าให้แหมว เรื่องที่แหมวเถียงแม่ฉอด ๆ ๆ ๆ ๆ เรื่องที่แหมวไม่เชื่อฟัง ยอกย้อน ต่อต้าน แม่อโหสิกรรมให้แหมวนะ ทำไม แม่ เป็นคนดีแบบนี้ รักแม่เน่อ ขอให้รักของแม่ ความดีของแม่คุ้มครองแหมวกับแม็ก ให้เราผ่านอุปสรรคต่าง ๆ แหมวเชื่อว่า แม็กก็คงคิดไม่ต่างจากแหมว คือ รักที่มีให้แม่ตลอดมา ทุกครั้งที่แม็กทะเลาะกับพ่อ แม่ต้องปกป้องตลอด แม่รองรับทุกอย่าง แหมวกับแม็กจะดีหรือไม่ดี พ่อบอกว่า พ่อให้สิทธิ์ของแม่ดูแลนิสัยของเราทั้งสอง เพราะเราสองคนเชื่อ แม่ มากกว่าใครบนโลกใบนี้ แหมวจะทำงานเก็บตังค์เยอะๆ เอาไปให้แม่ใช้ แหมวรักแม่นะ (ปล เด๋วจะเอา จม ฉบับไปให้แม่อ่านจริง ๆ ด้วย) August 25 วันนี้ช่างเศร้ากฏของการมีแฟน
มันจะแย่อยู่ไม่กี่อย่าง
แต่ไม่กี่อย่างที่ว่า มันจะหนักมากกว่าความเศร้าในหลาย ๆ เรื่องบนโลกรวมกัน
เพราะมันเป็นความรู้สึกที่เเย่
เวลาที่เราต้องทะเลาะกันเสียงดัง
เวลาที่เราต้องมีความรู้สึกแย่ ๆ ต่อกัน
เวลาที่เราไม่อยากมองหน้ากัน
เวลาที่เราต่างกัน
การมีความรักของแหมวครั้งนี้
เวลาสุข .. ก็ไม่ต้องการใครเลย
เเต่เวลาทุกข์
ต้องกลับควานหาคำปลอบใจจากตัวเองและคนรอบข้างอยู่มากมาย
เสียใจจริง ๆ ที่มันเป็นแบบนี้
การมีความรักกับใครสักคนนั้นเป็นเรื่องยาก
แต่การประคับประคองนั้นยากยิ่งกว่า
ตอนนี้เริ่มถึงทางตัน
ว่าเราจะเลิก หรือ คบต่อไปดี
ตั้มเป็นคนที่แทบจะไม่แคร์ความรู้สึกของใคร
เวลาโกรธ มันจะไม่ยอมสะสางปัญหาอะไรทั้งนั้น
น่าแปลกที่เราอยู่ด้วยกันได้
แต่ก็เป็นการอยู่ที่อึดอัดว่าไหมล่ะ
สาม วัน ดี สี่ วัน ร้าย
ช่างน่าเบื่อที่เราเป็นคนไม่ปล่อยวาง
เรามันคนโกรธง่าย
สะสมทิฐิ ไม่ยอมแพ้
ทำไมเราไม่เบาลงบ้างวะ
ต่อไปนี้ จะไม่ขอแก้นิสัยแบบนี้
ที่มัวแต่สับสนตัวเอง
ว่าจะเเคร์ หรือไม่แคร์ใคร
จะขอเป็นคนเลวไปเลย
อีตั้ม
มึงมาสู้กับกูมั้ย
อีควาย
July 30 กลับมาแล้วหนึ่งในสไตล์คำพูดที่ไม่น่าฟังที่ซู๊ดดด.... คือ ถ้าเราถามว่า ทำไมไม่กลับบ้าน ทำไมต้องมีคำว่า ไม่เห็นเหรอ สิ่งใดที่กูไม่รู้ ไม่สงสัย กูจะถามไหม เฮ่อ..ยิ่งโต ยิ่งวุ่นวาย ตอนเป็นเด็ก ก่อนนอนจะคิดอยู่ไม่เกินสองข้อนี้ หนึ่ง การบ้านพรุ่งนี้ ข้อยาก ๆ ที่ทำไม่ได้กูจะลอกใครหว่า (เพราะข้อง่าย ๆ ใครก็ทำได้ กระจอก ฮ่าๆๆ) สอง จะได้เจอคน ๆ นั้น ไหมนะ (คริ คริ) คิดแค่นี้จริง ๆ สบายหัว สบายจายยย หรือ เรา คิด เครียดไปเอง ทำไมเพื่อนต้องมองว่าเราติดแฟน เอ.. หรือเราติดจริง ๆ หรือเราทำตัวไม่เหมือนเดิม ปวดหัวจริง ๆ เหลืิอเชื่อ ว่าที่เราเคยรับรู้มาตอนเด็ก จะมีตัวอย่างที่เห็นชัดเจนแบบนี้ ครูมัธยมเคยบอกว่า มหาลัยที่อะไรอีกมากที่เราต้องเรียนรู้ ควานหาทางออกไม่รู้ทิศรู้ทางเลย พอมาดูตัวเองอีกที อ้าว .. กูจมปากอ่าวเลยนะเนี่ย.. พอมาดูตัวเองอีกที ก็ปี 4 แล้วนี่นา อะไรอยากมาเจอกับกูก็มาเลย กูไม่เหลือเวลาละนะ
กลับมาแล้ว หนึ่งในสไตล์คำพูดที่ไม่น่าฟังที่ซู๊ดดด.... คือ ถ้าเราถามว่า ทำไมไม่กลับบ้าน เขาจะตอบว่า จะกลับได้ยังไง ไม่เห็นเหรอ งานเยอะ ถ้าเราบอกว่า ทำไมไม่ทำแบบนี้ล่ะ เขาจะตอบว่า กำลังทำ มึงไม่เห็นเหรอ ว่ากูกำลังพยายาม ... ไม่เข้าใจ ทำไมต้องมีคำว่า ไม่เห็นเหรอ สิ่งใดที่กูไม่รู้ ไม่สงสัย กูจะถามไหม คนเราถามดี ๆ บอกดี ๆ ทำไมต้องให้หอกตอกหน้ากรูมา .. ไม่เข้าใจ มึงพูดภาษาดี ๆ ก็ได้ กูยินดีฟัง เฮ่อ.. ยิ่งโต ยิ่งวุ่นวาย ตอนเป็นเด็ก ก่อนนอนจะคิดอยู่ไม่เกินสองข้อนี้ หนึ่ง การบ้านพรุ่งนี้ ข้อยาก ๆ ที่ทำไม่ได้กูจะลอกใครหว่า (เพราะข้อง่าย ๆ ใครก็ทำได้ กระจอก ฮ่าๆๆ) สอง จะได้เจอคน ๆ นั้น ไหมนะ (คริ คริ) คิดแค่นี้จริง ๆ สบายหัว สบายจายยย แต่ตอนนี้ มันทำไมแตกต่างกัน ทำไมเพื่อนต้องทำแบบนั้นกับกู กูทำอะไรผิดมิทราบ ทำไมงานเราไม่ดี ตอนเรียนกูก็เข้าใจนิหว่า ทำไมไม่ชอบอาจารย์คนนี้ ซึ่งแต่ก่อน เขาไม่ได้็เป็นแบบนี้นี่นา หรือ เรา คิด เครียดไปเอง ทำไมเพื่อนต้องมองว่าเราติดแฟน เอ.. หรือเราติดจริง ๆ หรือเราทำตัวไม่เหมือนเดิม ไม่นี่นา .. ตอนไม่มีแฟน กูก็ไม่ได้ติดเื่พื่อนคนไหนนี่นา หรือ ที่งง ๆ กับตัวเองแบบนี้ เป็นเพราะกูชอบหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองไม่ให้รู้สึกแย่หว่า โอย... ปวดหัวจริง ๆ เหลืิอเชื่อ ว่าที่เราเคยรับรู้มาตอนเด็ก จะมีตัวอย่างที่เห็นชัดเจนแบบนี้ ครูมัธยมเคยบอกว่า มหาลัยที่อะไรอีกมากที่เราต้องเรียนรู้ อ๋อ .. อะไรที่มาก ๆ คือ แบบนี้เองเหรอ อ๋อ .. ใช่เลย มันแย่จริง ๆ อ๋อ .. ด้านมืดเป็นแบบนี้นี่เอง เนี่ย เดินเข้าไปแล้ว ควานหาทางออกไม่รู้ทิศรู้ทางเลย พอมาดูตัวเองอีกที อ้าว .. กูจมปากอ่าวเลยนะเนี่ย.. พอมาดูตัวเองอีกที ก็ปี 4 แล้วนี่นา อะไรอยากมาเจอกับกูก็มาเลย กูไม่เหลือเวลาละนะ อยากบีบรัดกูเหรอ ห่า มึงมาเลย กูจะจบละ มึงรีบตามกูมาเลยปัญหา จะถีบให้เด้งเลยแม่ง สัด June 11 เมื่อไหร่จะได้พักในบรรดาการงานที่สุดาทำมาตลอดชีวิดของการเป็นเด็กมหา'ลัย
งานคณะ
งานจังหวัด
งานหอพัก
งานบ้าบอ ห่าเหวแปดแสนล้าน
งานที่แย่มากที่สุดในชีวิต
คือ การเป็นกรรมการหอพัก
ด้วยเหตุผลที่ถอนตัวไม่ขึ้น และไม่รู้จะถอนตัวออกยังไง
เพราะเป็นการอ้อนของจากผู้เป็นมารดา ไม่รู้จะปฏิเสธไปทางซ้ายหรือทางขวา
จนตัวเองต้องมาตกระกำ การจากทิ่มแทงของเขาควายและหอกหัก
จะบีบก็ตาย
จะคลายก็ตาย
ทุกครั้งที่มีเวลาว่าง
จึงหมกตัวอยู่กับใครคนหนึ่ง
เพราะเป็นช่วงที่เวลาที่รู้สึก "สบายใจ" มากที่สุด
เหนื่อยค่ะ
ไม่รู้ว่าจะผ่านช่วงเวลาที่ทรมานนี้ไปได้ไหม
เหนื่อยมากกับการร้องไห้
เพราะเป็นคนอ่อนแอมาตั้งแต่อ้อนแต่ออดแล้ว
ไม่กล้าแม้แต่จะลืมตามองหน้าหมา หรือ นางฟ้า หรือ เทวดาตัวไหน
เพราะกลัวว่าน้ำตามันจะเล็ดลอดไปสู้สายตาของเขา
ทำได้เพียงระบาย ให้ใครบางคนได้ฟังมัน
และระบายในนี้ เพื่อหนีความวุ่นวายของคนรอบข้าง
รู้มาตั้งนานแล้ว
ว่าในโลกนี้ไม่มีใคร ไม่เหนื่อย
ตอบคำถามตัวเองทุกวัน ว่าที่ทำไป ก็เพื่อตัวเองและคนรอบข้าง
เป็นเหตุผลของนางงามจักรวาล
ไม่ใช่คำตอบของสุดา
คำตอบของสุดา
คือ
ไม่ได้อยากทำอะไรเลย
อยากอยู่เฉย ๆ
อยากให้ชีวิตได้อยู่นิ่ง ๆ
อยากพัก
อยากหลับตา
...
การไม่รับรู้ คือ ข่าวดีที่สุดของวัน
สุดาเชื่ออย่างนั้น
ไปนอนเอาแรงนะคะ
สุดารัตน์ แก่นใจ
110608
April 12 MusketeersBandApril 11 เหนื่อยล้าปวดหลังจัง
ปวดหัวด้วย
แต่ก็ยอมที่จะปวดต่อไปเพื่อจะอัพสเปซในวินาทีต่อไปนี้
บอกได้เลยครับว่า เหนื่อย
เหนื่อยมากเลย กับการจัดสรรเวลาชีวิตของตัวเองที่ไม่ถูกต้อง
ไม่นอนเร็ว
ไม่ตื่นเช้า
ไม่ตั้งใจเรียน
ไม่กระตือรือร้นกับชีวิต
แหมวเป็นคนอยู่ 3 ประเภท
หนึ่ง คือ เป็นคนผลัดวันประกันพรุ่ง
สอง คือ เป็นคนที่คิดถึงอนาคต แต่ไม่ยอมลงมือทำ และสาม คือ เป็นคนมองโลกในแง่ร้าย ครั้งหนึ่ง ผู้หมกมุ่นในเครือข่ายแอมเวย์ บอกกับแหมวว่า
แหมวคือ Idol ในการถกเถียงกับผู้ที่มีอายุสูงกว่า
ไม่รู้ว่าแหมวจะภูมิใจดีไหม
ใจหนึ่งบอกว่า กูแน่ดีนี่หว่า
แต่ใจหนึ่งบอกว่า แหมวอย่าเสล่อปากพล่อยได้ไหม
ไม่มีใครอยากร่วมงานกับคนทะเยอ ทะยานหรอกนะ
ปรากฏว่า เหตุผลที่หนึ่งมาแรง
จนวันนี้ โดนล้างสมองให้ไปอยู่กับเครือข่ายแอมเวย์ไปแล้ว
แต่แหมวไม่เคยศรัทธาในสิ่งที่คนอื่นพูดมากไปกว่าการได้ประสบพบเจอกับตัวเองหรอก
.. ไม่มีทางแน่..
ตลกตัวเองครั้งหนึ่ง
หญิงสาวผู้เกิดก่อนแหมวหนึ่งปี โทรศัพท์มาบอกแหมวว่า ไปบ้านพี่ปุ้ยกันเถอะ อยู่หนองหอย แหมวบอกว่า ไปทำไม
เธอบอกว่า พี่เขาจะช่วยให้เราโตเร็วขึ้น เพราะสายเรายังโตช้า แหมวบอกว่า ไม่ไปค่ะ เธอบอกว่า บ้านพี่ปุ้ย สวยมากเลยนะ ริมสระน้ำ สวยมาก แหมวบอกว่า แหมวไม่ไปค่ะ แหมวรู้ว่าบ้านพี่เค้าสวยแน่ ๆ แต่มันอยุ่หนองหอย ไกลไป
เธอหัวเราะเบา
แหมวทิ้งท้ายว่า แหมวไม่ไปนะคะ โอเคนะคะ
ทำไมการปฏิเสธคนช่างมีความสุขอะไรเช่นนี้
มนุษย์เราถูกสาปมาเพื่อเป็นอิสระไม่ใช่เหรอ
สายแหมวจะโตหรือไม่โต จะทำไม
ก็แหมวขี้เกียจนี่นา อายุเราแค่นี้จะพยายามคิดเรื่องเงินให้หนักหัวก็ใช่เรื่อง
อย่ามากำหนดการกระทำของแหมวเลยนะ
ทุกวันนี้ แหมวแบมือขอตังค์แม่ แหมวก็ไม่เคยรายงานแม่สักครั้ง ว่าหนึ่งร้อยบาทที่แม่ให้มานั้น
สามสิบบาทแหมวไปซื้ออะไร และอีกเจ็ดสิบบาทแหมวไปทำอะไร
เพราะฉะนั้น
วางแหมวไว้ในที่ที่สงบ ๆ เถอะนะคะ
เมื่อไหร่ที่แหมวมั่นใจแล้วว่า แหมวอยากเดิน
แหมวจะเดินออกไปเอง และมั่นใจได้เลยว่า มันต้องเท่อย่างสง่าผ่าเผยและสุขุมคัมภีรภาพแน่ ๆ
สุดารัตน์ แก่นใจ
หนึ่งในเครือข่าย Amway
hahaha
hahaha
February 17 ฉันเป็นทุกข์เป็นอะไรอีกแล้ว
เราไปแอบชอบคนที่มีเจ้าของเข้าให้
เรากำลังเป็นทุกข์ เพราะไปหยิบจับในเรื่องที่ไม่ถูกควร
เราพลาดไปแล้ว
พอมีความสุขที ก็เหมือนจะไม่เอาอะไรแล้ว พอเพียงและเพียงพอเท่านั้นจริง ๆ
แต่พอเกิดความทุกข์ที ก็เหมือนจะแบกรับมันไม่ไหว
ไม่อยากจะทำอะไรสักอย่าง จมอยู่กับความมืด ๆ มัว ๆ
คิดไม่ออกว่าจะไปทางไหน...
เพิ่งเลิกกะแฟนมาได้ไม่นาน ด้วยเหตุผลที่มันอึดอัดใจมานาน
แล้วก็ไปแอบชอบใครคนหนึ่ง ที่เอื้อมยากมากที่สุด เท่าที่ชีวิตจะเอื้อมได้
แต่นั่น มันก็เป็นความสุขที่เกิดขึ้นกับเรา
แม้จะเป็นเพียงเศษเสี้ยวของความรู้สึกที่เขามีให้ก็ตาม
เรื่องของความรักมันก็ยากจะอธิบายนะ
หากเรากำหนดใจของเราได้
เราจะไม่รักใครเลย
เราจะไม่ปลื้มการกระทำของใครทั้งนั้น
ซึ่งมันเป็นจริงเสียที่ไหน
คนเราอยู่ได้ทุกวันนี้ ก็ด้วยแรงขับเคลื่อนของหัวใจเท่านั้น
ไม่อยากจะขอพรอะไรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งนั้น
ด้วยรู้ว่า การที่เราขอเรื่องแบบนี้ ท่านคงไม่เห็นด้วย
อาจจะโดนไล่ตะเพิดหรือถูกตัดชื่อในการให้พรเราเป็นแน่
เราคาดหวังให้ใครคนนั้นมาโต้ตอบความรู้สึกในทางที่ดี
แต่จะทำอย่างไรได้
หากการโต้ตอบที่ดีนั้น มันต้องทำให้ความรู้สึกของคนอื่นต้องแย่
เราเลวขนาดนั้นเชียว
หรือ เราควรจะไปให้ไกล ๆ
เราป่วยเป็นโรคขาดการดูแลตัวเอง
เราแทบจะไม่อยากอาบน้ำ กินข้าว หรือทำอะไรทั้งนั้น
นอกจากรอ และพร่ำ เพ้อถึงเรื่องพรรค์นั้น
เราเสียสติไปแล้ว
เราไม่รู้ว่าจะกลับมาเป็น "คน" ได้อีกเมื่อไหร่
ทุกครั้งที่คิดถึงคนแปลกหน้าคนนั้น
หัวใจก็เจ็บ
เจ็บอย่างบอกไม่ถูก
ที่มันเรียกว่า "ความทุกข์"
บอกตามตรงเลยว่า
ทุกวันนี้ เราอยู่ได้ด้วยแม่ คำปลอบของเพื่อน และจอสี่เหลี่ยมอันนี้
มีคนเคียงข้างเรามากมาย แต่เราทำไมอ่อนแอจนมองไม่เห็นใคร
เราอยากรู้ว่า เราควรเดินหน้าต่อไปตามความคิดของเรา
หรือ หยุดพักมันบ้าง แต่การหยุดพักก็ร้อนรนทุกที
เฮ่อ..
กลับมาเถอะแหมว
เราอ่อนแอเกินไปแล้ว
ตัวเราโตก็จริง แต่ใจมันเล็ก ๆ ยังไงไม่รู้
ยังรอเธออยู่ที่เดิม
10.. 10 takahara February 02 เรา กับ ความรักเราชอบคนที่ความเหมือน
รู้มานานแล้วว่าตัวเองเป็นคนที่แย่แค่ไหน
ทุกวันนี้ หลายครั้งก็ยังก้าวพลาด สะดุดเท้าตัวเอง และเหยียบผิดจังวะ
จะเป็นอะไรไป หากวันนี้
เพิ่งมารู้ว่าตัวเองเป็นคน"แบบนี้นี่เอง" เพิ่มมาอีกประเด็นหนึ่ง
ที่จริงแล้ว แหมวชอบเปรียบเทียบมาแต่อ้อนแต่ออกแล้ว
ชอบคิดว่า คนนั้นมีบุคลิกเหมือนคนนี้ที่เราเคยเห็นมาก่อน
คนนั้นเสียงคล้ายคนนี้ที่เราเคยชอบเมื่อสองปีที่แล้ว
ดวงตาของคนนี้ดูเศร้าเหมือนดวงตาของคนนั้นที่เราเคยประทับใจ
ทำไมคำพูดของคนนี้ที่เราได้ยิน มันเพราะเหมือนได้ยินมาจากใครที่เราเคยคุยด้วยเมื่อวาน ฯลฯ
ทำไมคนนั้นเหมือนคนนี้
ทำไมคนนี้เหมือนคนนั้น
ทำไม ... ทำไม...
ฯลฯ
เพิ่งบรรลุได้ไม่นานมานี้ว่า เราเป็นอย่างนี้จริง ๆ ไปเสียแล้ว
มันเป็นลางดีที่ไหนเล่า
เพราะถ้าเราคิดว่า คนนั้น คนนี้เหมือนดันไปหมด
แล้วจะลงหลักปักฐานกับใครได้
แต่นั่นแหละ
เรามีสิทธิ์วางระบบความคิดของเราได้โดยที่ไม่มองความรู้สึกของใครก็ได้
โลกสอนให้เราเป็นแบบนี้มาตั้งนาน นี่นา
มี กับ ไม่มี เกิดขึ้นด้วยการรับรู้
ยาก กับ ง่าย เกิดขึ้นด้วยความรู้สึก
สูง กับ ต่ำ เกิดขึ้นด้วยการเทียบเคียง
เสียงดนตรี กับ เสียงสามัญ เกิดขึ้นด้วยการรับฟัง
หน้า กับ หลัง เกิดด้วยการนึกคิด
โลกเราสอนให้เปรียบเทียบมาตั้งแต่สมัยที่กรุงโรมรุ่งโรจน์แล้วนี่
เราจึงสะดุดใครต่อใครบ่อยมาก
เพราะความ คล้าย หรือ ความเหมือนหรือเปล่า ที่ทำให้เรามีอาการแปลก ๆ
เวลาเจอใครบางคนที่เราคิดว่าใช่
ไปเรื่อย
เราเป็นคนโลเล ใจง่าย ถึงแกร่งบางครั้ง แต่ก็เป็นแกร่งที่กลวง
บางครั้ง การทบทวนจิตใจของตัวเองก็ดีนะ
แต่ฟุ้งซ่านอะ
ไม่ไหว
คิดว่าจะกลับไปอยู่ในลู่ทางเดิมให้เร็วที่สุด
เพราะ อยากหัวเราะ
ไม่ไหวละ
ครุ่นจนเครียด
แล้วพรุ่งนี้จะกลับมา "เปรียบเทียบ" ความรู้สึกที่มีอยู่ในวันนี้นะคะ
|
|
||||
|
|